Gen Z เปลี่ยนงานไว! HR ต้องปรับตัวยังไง ให้อยู่กันยาว ๆ

11 ธันวาคม 2025 •
Views
Gen Z เปลี่ยนงานไว! HR ต้องปรับตัวยังไง ให้อยู่กันยาว ๆ

HR Software เครื่องมือสำคัญช่วยรับมือกับการบริหารบุคลากร Gen Z

กลุ่มแรงงานรุ่นใหม่ หรือ Gen Z เข้าสู่ตลาดพร้อมความคาดหวังของรูปแบบการทำงานที่มีความคล่องตัวสูง มีเทคโนโลยีและนวัตกรรมต่างๆ ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน

คนเจเนอเรชัน Z มีความปรารถนาอย่างแรงกล้าที่จะทำงาน โดยมุ่งเน้นให้ความสำคัญกับเป้าหมาย และไม่กลัวที่จะต้องเปลี่ยนงานบ่อยๆ ซึ่งแตกต่างจากคนรุ่นก่อนหน้านี้อย่างชัดเจน

จากการสำรวจล่าสุดของ Deloitte พบว่า พนักงานเจเนอเรชัน Z เกือบ 65% วางแผนที่จะลาออกจากงานภายใน 1-2 ปี หากพบว่างานที่ทำอยู่นั้นไม่ตรงกับค่านิยมของพวกเขา การเปลี่ยนแปลงนี้ได้สร้างความท้าทายครั้งใหญ่สำหรับองค์กรทั่วโลก

เหตุผลที่พนักงาน Gen Z เปลี่ยนงานบ่อยครั้ง

  • การขาดโอกาสในการพัฒนาอาชีพ มองไม่เห็นเส้นทางเติบโตในสายงานที่กำลังทำอยู่ ไม่ได้รับการสนับสนุนจากองค์กร รวมถึงไม่รู้สึกว่างานที่ทำอยู่นั้นมีคุณค่าต่อสังคม
  • องค์กรมีรูปแบบการทำงานล้าหลัง ไม่พัฒนาระบบการทำงานให้ทันสมัย ไม่ปรับตัวให้สอดคล้องกับยุคเทคโนโลยี หัวหน้าไม่มีความสามารถ หรือมีวัฒนธรรมองค์กรที่เป็นพิษ สิ่งนี้ทำให้พนักงาน Gen Z พร้อมที่จะเดินจากไปโดยไม่ลังเล
  • การทำงานที่ขาดความสมดุลระหว่างชีวิตส่วนตัวและงาน คนเจเนอเรชัน Z ให้ความสำคัญกับสุขภาพจิตและชีวิตส่วนตัว พวกเขาจะไม่ทนกับวัฒนธรรมการทำงานที่หนักเกินไป หรือองค์กรที่ผลักภาระให้พนักงานทำงานล่วงเวลาบ่อยๆ
  • วัฒนธรรมองค์กรล้าสมัย ขาดความพยายามในการสร้างความหลากหลาย ขาดความเท่าเทียม กีดกันการมีส่วนร่วม หรือมีลักษณะการดำเนินธุรกิจที่เห็นแก่ตัว
  • การสื่อสารที่ไร้ประสิทธิภาพ นำไปสู่การสร้างความขัดแย้งระหว่างเพื่อนร่วมงาน หรือหัวหน้างาน คนเจเนอเรชัน Z ต้องการการสื่อสารอย่างจริงใจและตรงไปตรงมา
  • การทำงานที่มีความเข้มงวดสูง เช่น ไม่มีนโยบายทำงานจากระยะไกลตามเหตุสมควร การกำหนดให้มีค่าปรับเมื่อพนักงานมาทำงานสาย เป็นต้น

คนเจเนอเรชัน Z ไม่ได้ลาออกง่ายๆ หรือเปลี่ยนงานบ่อยๆ เพราะขาดความอดทน แต่พวกเขากล้าที่จะเลือกใช้ชีวิตการทำงานให้สอดคล้องกับคุณค่าและความสุขของตัวเองมากกว่าคนรุ่นอื่นๆ

เข้าใจค่านิยมและความคาดหวังในการทำงานของคน Gen Z

  1. สมดุลระหว่างชีวิตส่วนตัวและการทำงาน
    พนักงาน Gen Z ต้องการชีวิตการทำงานที่มีความยืดหยุ่น เช่น การกำหนดเวลาทำงานด้วยตัวเอง หรือการทำงานนอกสถานที่ วัฒนธรรมการทำ OT หรือทำงานล่วงเวลา เป็นสิ่งที่คนทำงานรุ่นใหม่จะไม่ได้ให้คุณค่าเหมือนคนรุ่นเก่าอีกต่อไป
  2. การเติบโตในเส้นทางอาชีพ และการเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง
    พนักงาน Gen Z ต้องการโอกาสในการพัฒนาทักษะและมองเห็นความก้าวหน้าในสายอาชีพ พวกเขาอยากรู้ว่าตัวเองจะไปได้ไกลแค่ไหนใน 1 ปี, 3 ปี หรือในอีก 5 ปี ให้ความสำคัญกับการเรียนรู้ การเปิดรับฟังความคิดเห็นอย่างจริงจัง เพื่อนำไปพัฒนาตนเอง และการได้รับคำแนะนำจากผู้มีประสบการณ์
  3. ค่านิยมในการทำงานที่มีคุณค่า
    คนเจเนอเรชัน Z เติบโตในสถานการณ์การที่โลกมีความผันผวนสูง พวกเขาชอบองค์กรที่มีจริยธรรมชัดเจน มองหางานที่มีความหมาย สร้างคุณค่าต่อสังคม และสอดคล้องกับค่านิยมส่วนตัว เช่น ความยั่งยืน, สิ่งแวดล้อม, ความหลากหลาย และการมีส่วนร่วมในสังคม สิ่งเหล่านี้ดึงดูดพนักงาน Gen Z มากกว่าแค่เรื่องเงินเดือน
  4. การใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมในการสร้างสรรค์ผลงาน
    พนักงาน Gen Z จะไม่อดทนกับองค์กรที่ไม่มีการพัฒนา พวกเขาเติบโตมาพร้อมกับเทคโนโลยี จึงคาดหวังให้องค์กรใช้เครื่องมือดิจิทัลที่ทันสมัย เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน ซึ่งจะเป็นหนทางของการสร้างสรรค์ผลงานได้อย่างเต็มศักยภาพนั่นเอง

กลยุทธ์ในการรักษาคน Gen Z ให้อยู่ทำงานกับองค์กรในระยะยาว

  • เสนอความยืดหยุ่นในการทำงาน
    เปิดโอกาสให้พนักงานทำงานนอกสถานที่ตามเหตุสมควร หรือวาง KPI แบบยืดหยุ่นตามลักษณะงาน เน้นผลลัพธ์ที่ได้มากกว่าแค่ชั่วโมงการทำงาน ส่งเสริมวัฒนธรรมองค์กรที่สร้างสมดุลของชีวิตส่วนตัวและการทำงาน โดยมีหัวหน้าหรือผู้นำทำตัวเป็นแบบอย่างที่ดี

  • สร้างเส้นทางการเติบโตที่ชัดเจน
    HR ควรวางแผนกลยุทธ์การพัฒนาทักษะ จัดโปรแกรมฝึกอบรม และให้สิทธิ์ในการเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง เช่น คอร์สออนไลน์ หรือเวิร์กช็อป สนับสนุนการเรียนรู้ผ่านเทคโนโลยีแพลตฟอร์มออนไลน์ ซึ่งจะช่วยให้ผู้เกี่ยวข้องสามารถติดตามความก้าวหน้าในการเรียนรู้ของพนักงานได้

  • สื่อสารค่านิยมขององค์กรให้ชัดเจน
    องค์กรควรสื่อสารให้ชัดว่า งานที่กำลังทำอยู่ให้คุณค่าต่อภาพรวมในสังคมอย่างไร แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นในเรื่องความยั่งยืนและความหลากหลาย เปิดโอกาสให้พนักงานได้มีส่วนร่วมในโครงการที่มีความหมาย และตั้งเป้าให้ Feedback กับการทำงานของพนักงานอย่างตรงไปตรงมา ไม่ใช่แค่การประเมินเพียงผิวเผิน

  • ให้ความสำคัญกับการสื่อสารที่มีประสิทธิภาพ
    เปิดเผยข้อมูลทิศทางการดำเนินงานของบริษัท บทบาทของแต่ละทีม รวมถึงทัศนคติและการตัดสินใจของผู้บริหาร เพื่อให้พวกเขาเกิดความเชื่อมั่นในองค์กรและผู้นำ กำหนดนโยบายที่มีความชัดเจนด้านการจ่ายค่าตอบแทนและมีระบบการเลื่อนขั้นที่โปร่งใส การสร้างวัฒนธรรมการสื่อสารแบบ “หัวหน้าเดินเข้าหา” ไม่ใช่รอให้พนักงานเข้าหาอย่างเดียว คือหนึ่งในกลยุทธ์การสื่อสารที่สำคัญ

นำเทคโนโลยี HR Software เข้ามาจัดการ

HR Software มากมาย สามารถช่วยให้การบริหารจัดการพนักงานมีประสิทธิภาพสูงขึ้น โปรแกรม HR มีบทบาทสำคัญในการตอบสนองความคาดหวังด้านการทำงานของพนักงาน Gen Z โดยเฉพาะระบบการทำงานที่มีประสิทธิภาพและรวดเร็ว

คนทำงานยุคใหม่ไม่ได้ต้องการการปฏิบัติที่เหนือไปกว่าพนักงานกลุ่มอื่นๆ แต่สิ่งที่พวกเขาให้ความสำคัญคือความจริงใจในการสื่อสาร โอกาสในการเติบโต และการได้เห็นคุณค่าในงานที่ตัวเองทำ

องค์กรควรมองพนักงานเจเนอเรชัน Z เสมือนเป็น ‘พันธมิตรทางธุรกิจ’ ที่พร้อมจะจับมือสู่เป้าหมายเดียวกัน มากกว่าการมองเห็นพวกเขาเป็นแค่ ‘ลูกจ้าง’ หากบุคลากร Gen Z ได้รับบทบาทที่ตรงกับค่านิยม พวกเขาก็พร้อมที่จะใช้ศักยภาพที่มีในการทุ่มเทให้กับการทำงานอย่างเต็มที่

คุณพร้อมที่จะรักษาบุคลากร Gen Z และหยุดปัญหาพนักงานใหม่ลาออกบ่อยๆ แล้วหรือยัง?

โปรแกรม HR – Tiger OpenSpace โปรแกรมบริหารงานบุคคลออนไลน์ ออกแบบและพัฒนาโดยทีมผู้เชี่ยวชาญประสบการณ์กว่า 27 ปี
มาเริ่มสร้างสภาพแวดล้อมการทำงานที่คน Gen Z อยากจะอยู่ทำงานด้วยไปกับโปรแกรม HRM Tiger OpenSpace จาก TIGERSOFT ระบบ HRM ที่จะเป็น “สะพาน” ที่เชื่อมให้คนทำงานกับองค์กรใกล้ชิดกันมากยิ่งขึ้น ช่วยให้การสื่อสารโปร่งใส เส้นทางอาชีพชัดเจน และเกิดการเรียนรู้อย่างต่อเนื่องขึ้นจริงในวัฒนธรรมองค์กร เอื้อให้ทุกคนเติบโตไปพร้อมๆ กัน

สนใจหรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ
โปรแกรม HR , โปรแกรม Payroll , ระบบ HRM
สามารถติดต่อ TIGERSOFT ได้ที่

โทร : 02-032-6060 | อีเมล : marketing@staging.tigersoft.co.th | Line official : @TigerSoft

Empowering Your Business with Complete HR Solutions

มากกว่าระบบ HR — โซลูชันครบวงจรจาก TIGERSOFT
จะช่วยให้องค์กรและคนของคุณเติบโตไปด้วยกัน

ติดต่อฝ่ายขาย